
กิตติวาดภาพจินตนากาลถึงโลกที่ความเหมือนและความแตกต่างสามารถดำรงอยู่เคียงข้างกันได้อย่างธรรมชาติ ตัวละครของเขาใช้พื้นที่ร่วมกัน โอบกอดกัน เคลื่อนไหวท่ามกลางธรรมชาติ และดำเนินชีวิตไปตามจังหวะของชีวิตประจำวัน ภาพเหล่านี้อาจชวนให้นึกถึงโลกในอุดมคติ แต่ความหวังที่ปรากฏในผลงานของกิตติไม่ได้เกิดจากการหลีกหนีหรือมองข้ามความเป็นจริง ตรงข้ามกันแล้ว มันถือกำเนิดขึ้นจากการสังเกตช่วงเวลาเล็ก ๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ค่อย ๆ ประกอบสร้างความหมายให้แก่ชีวิตในแต่ละวัน
ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ส่วนตัวกับบริบทร่วมสมัยปรากฏชัดเจนใน Room หนึ่งในผลงานที่ใกล้ชิดกับชีวิตของศิลปินมากที่สุด ภาพวาดบันทึกชีวิตประจำวันของกิตติร่วมกับคนรัก และสัตว์เลี้ยง ปรากฏช่วงเวลาแห่งการดูแล ความผูกพัน และกิจวัตรประจำวันภายในบ้าน ราวกับบันทึกประจำวันที่ถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานจิตรกรรม การนำช่วงเวลาสามัญเหล่านี้มาวาดลงบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่กลับทำให้สิ่งที่อาจดูเล็กน้อยหรือเป็นที่คุ้นชินกลับกลายเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การมองเห็น โดยเฉพาะในยุคที่เราถูกรายล้อมด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาลซึ่งผ่านเข้ามาและเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว การได้หยุดมอง และใส่ใจกับวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ในแต่ละวัน จึงอาจเป็นอีกหนทางหนึ่งของการตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งธรรมดาที่อยู่ใกล้ตัว
ผลงานส่วนใหญ่ในนิทรรศการใช้สัดส่วนแนวตั้ง 9:16 ซึ่งอ้างอิงจากสัดส่วนของหน้าจอสมาร์ตโฟนกับวิดีโอแนวตั้งบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ภาพและเรื่องราวที่เราพบเห็นระหว่างเลื่อนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร เหตุการณ์ หรือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผ่านเข้ามาและถูกซึมซับไปโดยไม่รู้ตัวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบที่กิตติหยิบมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ เมื่อภาพจากพื้นที่ดิจิทัลถูกถ่ายทอดกลับมาเป็นจิตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีตัวตนทางกายภาพ ความฉับไวของการรับรู้ผ่านหน้าจอจึงถูกแทนที่ด้วยประสบการณ์ทางสุนทรียะที่เรียกร้องเวลา และการเผชิญหน้าโดยตรง สัดส่วนของหน้าจอที่คุ้นเคยกลับให้ความรู้สึกแปลกออกไปเมื่อปรากฏขึ้นในระดับเดียวกับร่างกายมนุษย์ ชวนให้เราหันกลับมาพิจารณาว่าพฤติกรรมการเสพภาพในแต่ละวันกำลังส่งผลต่อวิธีที่เรามองและรับรู้โลกรอบตัวอย่างไรบ้าง
information provided by event organizer
MORE LIKE THIS



