
นิทรรศการนี้มุ่งสำรวจมรดกอันซับซ้อนของความศิวิไลซ์ที่ได้แปรเปลี่ยนทั้งผู้คนและอัตลักษณ์ รวมถึงผลพวงอันหยั่งลึกและแผ่กว้างที่ตามมา ด้วยการอ้างอิงเอกสารประวัติศาสตร์ ศิลปวัตถุ นาฏกรรมประเพณี และภาษาภาพอันโดดเด่นของศิลปิน
ผลงานภาพเคลื่อนไหวซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการนี้ หยิบเอาเค้าโครงจากบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ตอนรจนาเสี่ยงพวงมาลัยขึ้นมาตีความใหม่ ในท้องเรื่องเดิม รจนามองเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ภายในของพระสังข์ จึงได้เสี่ยงพวงมาลัยให้แก่เจ้าเงาะ แค่ทว่าในผลงานของนักรบ เรื่องราวกลับมิได้ดำเนินไปจนถึงบทอวสาน พวงมาลัยมิได้ถูกเสี่ยง ก่อให้เกิดตอนจบที่ไม่แน่นอน ความรักสมานฉันท์อาจจะยังไม่ลงเอย ผลงานรายล้อมภาพเคลื่อนไหวคือเศษเสี้ยวทางประวัติศาสตร์ของโครงการพัฒนาสยามไปสู่ความศิวิไลซ์ ทั้งเครื่องทรง เครื่องใช้ และเครื่องเรือน ต่างก่อร่างสร้างตัวราวกับเป็นเปลือกหุ้มของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะใหม่ที่มิอาจหวนคืน ส่วนชิ้นงานคอลลาจนั้นได้ขยายขอบเขตของการสำรวจไปสู่คลังจดหมายเหตุด้วยการเปิดกว้างความเป็นไปได้ในหลายแง่มุมของบันทึกทางประวัติศาสตร์ ทำให้อดีตกับปัจจุบันหลอมรวมกันเป็นห้วงเวลาคลุมเครือ
information provided by event organizer



